News

บ้าน เดี่ยว ราคา 2 ล้าน-อยู่ร่วมกับธรรมชาติในแบบบ้านสไตล์โมเดิร์น

16Views

บ้าน เดี่ยว ราคา 2 ล้าน-อยู่ร่วมกับธรรมชาติในแบบบ้านสไตล์โมเดิร์น

บ้าน เดี่ยว ราคา 2 ล้าน ทำเลดี บ้าน เดี่ยว ราคา 2 ล้าน-อยู่ร่วมกับธรรมชาติในแบบบ้านสไตล์โมเดิร์น หากสถาปัตยกรรมเป็นสะพานเชื่อมบริบท และบริบทที่สำคัญคือธรรมชาติ การสร้างสถาปัตยกรรมที่น้อมเข้าหาธรรมชาติซึ่งอุดมไปด้วยแสงแดด สายลม และฝนโปรย ตามลักษณะภูมิประเทศเขตร้อนชื้นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็น่าจะเป็นแนวทางการสร้างบ้านให้อยู่ร่วมกับธรรมชาติดั้งเดิมได้อย่างดีที่สุด

บ้านหลังนี้น่าจะเป็นตัวอย่างที่ช่วยให้เห็นถึงความสัมพันธ์ดังกล่าวได้ชัดเจน- เมื่อ คุณนันทพล จั่นเงิน สถาปนิก ได้นำแนวคิดการออกแบบเพื่ออยู่ร่วมกับธรรมชาติมาใช้เป็นโจทย์ตั้งต้นในการสร้างบ้านให้ คุณคงยศ คุณจักร์ โดยสร้างแผนภาพบ้านขึ้นมาและปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับทิศทางของแดดและลมตามตำแหน่งที่ตั้งของบ้านเป็นสำคัญ

บ้านสไตล์โมเดิร์น

คุณนันพพลเลือกใช้คอนกรีตเป็นวัสดุหลักของระนาบหรือผนังของบ้านในส่วนที่ต้องการปิด โดยปล่อยผิววัสดุให้เปลือยดิบตามธรรมชาติ ส่วนมุมที่ต้องการเปิดก็ดูโปร่งด้วยผนังกระจกใสในกรอบเหล็กสีดำ พร้อมยื่นชายคาคอนกรีตให้ยาวออกไปเพื่อป้องกันแนวสาดส่องของแสงแดดที่จะเข้าถึงส่วนพักผ่อนภายในบ้าน

แนวคิดการวางผังบ้านคือทำบ้านโอบล้อมเป็นรูปตัวยู (U) โดยให้ส่วนเปิดหันไปทางทิศเหนือ เพราะแสงจากทิศเหนือเป็นแสงที่ดีที่สุดของบ้านเรา ขณะที่ทิศใต้หลังบ้านติดกับบ้านคนอื่นซึ่งไม่มีมุมมองอยู่แล้วก็ปิดไว้ ส่วนทางตะวันตกให้เป็นส่วนของเซอร์วิสกับห้องครัวเล็กๆ เพราะบ้านนี้ไม่เน้นการทำอาหารเองมากนัก และห้องซ้อมดนตรีที่ไม่ต้องการช่องเปิดอยู่แล้ว โดยผนังส่วนนี้ยังก่ออิฐสองชั้นช่วยป้องกันเรื่องความร้อน พร้อมกับอาศัยร่มเงาไม้ใหญ่จากเพื่อนบ้านไปในตัว

แอ่งตรงกลางรูปตัวยูของบ้านถูกออกแบบไว้ให้เป็นพื้นที่สวน โดยมีจิกน้ำเป็นไม้หลักให้ร่มเงาและโชว์ฟอร์มใบสวย เสริมด้วยพิกุลซึ่งคุณคงยศได้เป็นของขวัญขึ้นบ้านใหม่จากเพื่อนคุณพ่อ ความพิเศษที่เกิดขึ้นจากมุมมองนี้ยังอยู่ตรงวิวที่มองออกไปสู่ตึกช้าง ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กของย่านนี้และกลายเป็นบริบทส่วนหนึ่งที่ทำให้บ้านมีมุมมองอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง

ตรงนี้จึงเป็นเหมือน Sense of Place ที่ทำให้บ้านแสดงออกถึงย่านที่ตั้งเฉพาะตัว นอกจากนี้ผมยังออกแบบให้คอร์ตตรงกลางนี้มีทั้งบ่อน้ำและต้นไม้ เพราะอยากให้บ้านมีธรรมชาติ และเกิดการอยู่ร่วมกับธรรมชาติของคนในบ้านด้วย” คุณนันทพลเน้นย้ำถึงแนวคิดที่ตั้งใจไว้

ส่วนอารมณ์ภายในบ้านเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างสถาปนิกกับเจ้าของบ้าน โดยคงความต่อเนื่องของโทนสีธรรมชาติจากวัสดุตกแต่งเข้ามาถึงสีสันของเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งเจ้าของบ้านได้นำไม้สักเก่าที่มีอยู่แล้วไปสั่งทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่เน้นดีไซน์เรียบง่ายตรงไปตรงมา กับฟังก์ชันใช้งานที่ตอบความต้องการในระยะยาว

จัดสวนเมืองร้อน ให้มีความเป็นส่วนตัวและดูแลง่าย

จัดสวนเมืองร้อน หากพูดถึงสวนเมืองร้อนหลายคนคงนึกถึงบรรยากาศความร่มรื่นที่โอบล้อมด้วยต้นไม้สีเขียวและเสียงน้ำตกที่ช่วยเพิ่มสุนทรียภาพในการพักผ่อน

แต่สวนสวยแห่งนี้ทำให้มุมมองของการ จัดสวนเมืองร้อน เปลี่ยนไป ทั้งเรื่องการเลือกใช้พรรณไม้และโครงสร้างฮาร์ดสเคปได้อย่างสวยงามและน่าสนใจ

จัดสวน

 

เดิมที คุณชมกร โอภาสนุวงศ์ เจ้าของบ้าน เคยออกไอเดียและลงมือมือจัดสวนเองมาแล้ว รวมถึงจ้างนักจัดสวนเข้ามาจัดแต่งเพิ่มเติมให้ด้วย แต่ดูเหมือนยังไม่ถูกใจ จนได้เห็นผลงานของ Thanks Nature ผ่านทางอินเทอร์เน็ต จึงได้ติดต่อให้ คุณปิ๋ว – สุรพงศ์ และคุณปู – ศุภวัฒน์ สุวรรณรัตน์ สองพี่น้องนักจัดสวนผู้มากประสบการณ์ เข้ามาสานต่อให้เป็นรูปเป็นร่างอย่างที่ใจต้องการ

“โจทย์ที่เราได้รับคืออยากได้ความเป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันสวนจะต้องดูแลง่าย เพราะเจ้าของบ้านเป็นผู้หญิง เริ่มจากประตูทางเข้า เรายกสเต็ปทำขั้นบันไดเพิ่มมาหนึ่งขั้น ซึ่งตรงนี้จะมีชานพักเล็กๆ พร้อมระเบียงกั้นเพื่อบังคับให้เดินอ้อมไปอีกทาง แทนที่จะเดินตรงๆเข้าไปในสวนเลย จากนั้นทำเป็นลานพื้นกระเบื้องดินเผาแทรกลายกราฟิกรูปต้นไม้ที่แตกกิ่งก้านสาขาด้วยหินกาบโทนสีชมพู เป็นการสร้างความน่าสนใจให้บริเวณนี้ แล้วใส่ที่นั่งลักษณะเป็นรูปวงกลมล้อมต้นไม้ ช่วยลดทอนความแข็งกระด้างและเพิ่มฟังก์ชันให้สามารถใช้งานได้ โดยออกแบบรูปทรงของพื้นให้รับกับรูปทรงของที่นั่ง รวมถึงเผื่อพื้นที่ให้ต้นไม้ใหญ่ได้เจริญเติบโตต่อไปได้ ด้วยการปูพื้นกระเบื้องไว้ครึ่งหนึ่งสลับกับเป็นพื้นดินที่โรยกรวดปิดทับเอาไว้ เพื่อให้ระบายน้ำได้สะดวกขึ้น

 “สร้างแนวรั้วสูงประมาณ 2.50 เมตร สลับกับปลูกแก้วหิมาลัยตลอดแนวรั้วหน้าบ้าน ช่วยพรางสายตาและทำให้บ้านและสวนมีความเป็นส่วนตัว ก่อนจะเดินเข้าสู่พื้นที่พักผ่อนซึ่งซ่อนอยู่หลังบ้าน โดยมีซุ้มต้นไม้คอยต้อนรับและทำประตูรั้วไว้ตรงบริเวณทางเดินข้างบ้าน ราวกับเป็นสัญลักษณ์แบ่งเขตระหว่างพื้นที่ส่วนตัวกับส่วนรวม ส่วนสุดท้ายของสวนนี้เป็นเหมือนห้องนั่งเล่นกลางแจ้งที่มีม้านั่ง ชิงช้า และบ่อน้ำพุขนาดเล็ก โดยให้เสียงน้ำช่วยสร้างบรรยากาศน่าพักผ่อน มีจำปาให้ร่มเงาพร้อมกับหลังคาระแนงที่วางสลับไปมาจนเกิดเป็นลวดลายสวยงาม โดยเฉพาะเมื่อแสงเงาในแต่ละช่วงเวลากระทบลงบนพื้น เป็นการเล่นกับแสงธรรมชาติที่ทำให้มุมนี้ดูน่าสนใจไม่แพ้กับโซนหน้าบ้านเลย

จัดสวน   

“ไฮไลท์อีกอย่างของสวนนี้คือการเลือกใช้ไม้ใบด่าง เน้นไม้พุ่มเตี้ยกับไม้คลุมดินซึ่งจัดตามมุมหรือใต้ชายคาบ้าน เพื่อไม่ให้ดูรกตาและช่วยเพิ่มความสว่างในบริเวณที่ร่ม เช่น ใบเงิน บุษบาฮาวายด่าง อโกลนีมา พุดด่าง ไผ่ญี่ปุ่น โกสน หนวดปลาหมึกแคระด่าง เล็บครุฑด่าง และทองดอกบวบ ปลูกเป็นกลุ่มบ้างผสมกันบ้าง สร้างสีสันสวยงามหลากหลายและดูแปลกตาไม่น่าเบื่อ เพราะแต่ละชนิดก็มีความโดดเด่นเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน บางชนิดมีดอกสวย บางชนิดมีใบหลากสี สามารถตัดดอกและใบไปปักในแจกันวางประดับในบ้านก็ยังได้

“เทคนิคการปลูกไม้ด่างให้ลงตัวอยู่ที่การเลือกใช้สีตั้งแต่โทนอ่อนไปจนถึงโทนสว่าง แล้วเบรกด้วยไม้ใบที่มีสีไม่จัดจ้ามาก เช่น หนวดปลาหมึกด่างกับสับปะรดสี หรือตัดด้วยไม้ใบสีเขียวเข้ม เช่น ไทรสามเหลี่ยมใบด่างกับซุ้มกระต่ายเขียว สำหรับผู้มีพื้นที่จำกัดก็สามารถใช้ไม้ด่างจัดสวนกระถาง สร้างมุมสวนสวยๆเองได้ไม่ยาก เพียงแค่วางในตำแหน่งที่ได้รับแสงแดดพอประมาณ เพราะไม้ด่างส่วนมากจะชอบแดดมากกว่าปลูกในร่ม”

  

สุดท้ายสวนที่เคยดูรกไปด้วยเศษใบไม้ ตอนนี้เจ้าของบ้านไม่ต้องคอยเก็บกวาดหรือตัดหญ้าบ่อยๆอีกต่อไป นั่นเป็นเพราะว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ถูกแทนที่ด้วยฮาร์ดสเคปและการจัดวางผังที่ดี ทำให้ใช้งานและเข้าถึงสวนได้ดีมากขึ้นกว่าเดิม ตอบโจทย์ครบทั้งฟังก์ชันใช้สอยพื้นที่ ความเป็นส่วนตัว และการดูแลที่ง่ายทำให้ได้สวนสวยที่อยู่คู่กับบ้านไปอีกนาน

Leave a Reply